แผนการสอน/แผนการเร ยนร ภาคทฤษฎ แผนการสอน/การเร ยนร ภาคทฤษฎ หน วยท 6 ช อว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ สอนส ปดาห ท 9-10 ช อหน วย การใช โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 รวม 6 ช วโมง ช อเร อง การใช โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 จานวน 6 ช วโมง ห วข อเร อง ด านความร 1. ใช งานโปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 ได ด านท กษะ 2. ใช งานโปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 ได ด านค ณธรรม จร ยธรรม 3. ความร บผ ดชอบ 4. ความสนใจใฝ ร สาระสาค ญ โปรแกรมกระดาษท าการท ศ กษาในหน วยน จะใช โปรแกรม Microsoft Excel ซ งเป นโปรแกรมท ใช งานได ง าย และ สะดวกในการใช งานมาก โปรแกรมน จ งเป นโปรแกรมท น ยมใช ก นแพร หลายมาก Microsoft Excel เป นโปรแกรมหน งในช ด ของโปรแกรม Microsoft Office ใช ในด านการค านวณ การสร างกราฟและการจ ดการทางด านฐานข อม ล ร ปแบบของ โปรแกรมม ล กษณะเป นตารางกระดาษทดอ เล กทรอน กส ขนาดใหญ แต การแสดงผลจะแสดงได มากหร อน อยน นข นอย ก บ ขนาดและความกว างของแต ละเซลล รวมท งความละเอ ยดในการแสดงผลด วย สมรรถนะอาช พประจาหน วย 1. ใช งานโปรแกรม Microsoft Word 2010 ได จ ดประสงค การสอน/การเร ยนร จ ดประสงค ท วไป / บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง 1. เพ อให ม ความร เก ยวก บ การใช โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010ได (ด านความร ) 2. เพ อให ม ท กษะในการใช โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 ได (ด านท กษะ) 3. เพ อให ม เจตคต ท ด ต อการเตร ยมความพร อมด าน ว สด อ ปกรณ และการปฏ บ ต งานอย างถ กต อง ส าเร จภายใน เวลาท กาหนด ม เหต และผลตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง (ด านค ณธรรม จร ยธรรม)
จ ดประสงค เช งพฤต กรรม / บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง 1. ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ได (ด านความร ) 2. ตกแต งแผ นงาน (Work Sheet) ได (ด านท กษะ) 3. การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต องกระจายงานได ท วถ ง และตรงตาม ความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง (ด านค ณธรรม จร ยธรรม/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง) 4. ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนาว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและ ประหย ด (ด านค ณธรรม จร ยธรรม/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง)
เน อหาสาระการสอน/การเร ยนร ด านความร (ทฤษฎ ) 1. ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ได (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อ 1) การใช งานข นพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 การเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Excel 2010 1) คล กป ม Start 2) เล อก All Program 3) เล อกโฟลเดอร (Folder) Microsoft Office 4) เล อกโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ส วนประกอบและเคร องม อพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 เม อเร ยกใช งานโปรแกรม Microsoft Excel 2010 จะปรากฏหน าต างโปรแกรมข นมา ต วโปรแกรมจะม ส วนประกอบด งต อไปน
1) แถบช อเร อง (Title bar) เป นส วนท ใช แสดงช อโปรแกรม และช อไฟล ท ได เป ดข นมา 2) แถบเคร องม อด วน (Quick Access Toolbar) ป มคาส งท เร ยกใช งานบ อยๆ สามารถเพ มเต มข นมาได ใน ภายหล ง 3) ป มแฟ ม (File button) เป นส วนท ทาหน าท จ ดเก บคาส งท ใช ในการทางานเอกสาร เช นสร าง (New), เป ด (Open), บ นท ก (Save) และ พ มพ (Print) เป นต น 4) ป มควบค ม (Control button) เป นส วนท ใช ปร บขนาดหน าต างโปรแกรม และป ดโปรแกรม 5) ร บบอน (Ribbon) เป นส วนท ใช แสดงคาส งต างๆ ท ใช ในการทางานก บเอกสาร 6) แถบสถานะ (Status bar) เป นส วนใช แสดงจานวนหน ากระดาษและจ านวนต วอ กษรท ใช ในเอกสาร 7) แถบแผ นงาน (Sheet bar) แสดงช อแผ นงานและจ านวนแผ นงานท ม อย ในสม ดงานท งหมด 8) แถบเล อนแนวนอน (Scroll bar) ใช สาหร บเล อนด เอกสารไปทางซ ายหร อขวา 9) แถบเล อนแนวต ง (Scroll bar) ใช สาหร บเล อนด เอกสารข นบนหร อลงล าง 10) กล องช อ (Name box) ใช แสดงช อเซลล หร อกล มเซลล ท ทางานอย 11) ตาแหน งเซลล (Active cell) ตาแหน งเซลล ท กาล งทางานอย ในขณะน น 12) แถบส ตร (Formula) ใช พ มพ ส ตรสาหร บคานวณข อม ลในตาราง 13) พ นท การทางาน (Work sheet) เป นส วนท ใช แสดงรายละเอ ยดต างๆ ท เก ดข นในแผ นงาน สม ดงาน (Workbook) และ แผ นงาน (Worksheet) สม ดงาน (Workbook) เป นท เก บของแผ นงาน (Worksheet) ท ประกอบด วยข อม ลตาราง ซ งในหน งสม ดงาน (Workbook) สามารถม ข อม ลตารางได หลายแผ นงาน (Worksheet) 1) แสดงช อสม ดงาน (Workbook) ในแถบสถานนะ (Status Bar) 2) ช อแผ นงาน (Worksheet) เป น Sheet1, Sheet2, Sheet3 โดยสามารถเปล ยนช อใหม ได
2. ตกแต งแผ นงาน (Work Sheet) 2010 ได (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อ 2) การตกแต งแผ นงาน (Work Sheet) การกาหนดร ปแบบการแสดงต วอ กษรการกาหนดร ปแบบการแสดงต วในโปรแกรม Microsoft Office 2010 สามารถทาได 2 ว ธ ด งน การกาหนดร ปแบบการแสดงจากแถบ ร บบอน (Ribbon) ซ งม ข นตอนการท าด งน 1) คล กเล อกเซลล ท ต องการกาหนดร ปแบบในกล มต วเลขจากแถบคาส งหน าแรก (Home) 2) คล กเมาส เล อกร ปแบบตามต องการ 3) จะได ร ปแบบต วเลขท เปล ยนไปตามต องการ (ต วอย างเป นการก าหนดให ใส ทศน ยม 2 ตาแหน ง) ป มคาส งต าง ๆ บนแถบร บบอน (Ribbon) ม ความหมายด งน แสดงค าในเซลล โดยม เคร องหมายสก ลนาหน า แสดงค าในเซลล เป นเปอร เซ นต แสดงค าในเซลล ด วยต วค นหล ก แสดงค าในเซลล ให ช ดเจนข น ด วยการแสดงตาแหน งทศน ยมมากข น แสดงค าในเซลล ให ช ดเจนน อยลง ด วยการแสดงตาแหน งทศน ยมน อยลง
การกาหนดร ปแบบการแสดงจากคาส ง 1) คล กเล อกเซลล ท ต องการก าหนดร ปแบบ 2) เล อกจ ดร ปแบบเซลล (Format Cell) 3) เล อกร ปแบบตามต องการ 4) ใส ต วเลข (Number) 5) คล กป มตกลง (OK) 6) จะได ร ปแบบท เปล ยนตามต องการ
ร ปแบบต างๆ ในคาส ง ม ความหมายด งน ด านท กษะ(ปฏ บ ต ) (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-2) 1. (ก จกรรมการเร ยนร ท 6.1-6.4) ด านค ณธรรม/จร ยธรรม/จรรยาบรรณ/บ รณาการเศรษฐก จพอเพ ยง (จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 3-4) 1. การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต องกระจายงานได ท วถ ง และตรงตาม ความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง 2. ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จพอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการน าเสนอท น าสนใจน าว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและประหย ด
ก จกรรมการเร ยนการสอนหร อการเร ยนร ข นตอนการสอนหร อก จกรรมของคร ข นตอนการเร ยนร หร อก จกรรมของน กเร ยน 1. ข นนาเข าส บทเร ยน (30 นาท ) จ ดให น กเร ยนศ กษาคาศ พท ในบทเร ยน 1. ผ สอนจ ดเตร ยมเอกสาร พร อมก บแนะน า รายว ชา ว ธ การให คะแนนและว ธ การเร ยนเร อง การ ใช โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 2. ผ สอนแจ งจ ดประสงค การเร ยนของหน วย เร ยนท 6 และขอให ผ เร ยนร วมก นท าก จกรรมการ เร ยนการสอน 3. ผ สอนให ผ เร ยนแสดงความร เก ยวก บเร อง การใช โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 1. ข นนาเข าส บทเร ยน (30 นาท ) น กเร ยนศ กษาค าศ พท ในบทเร ยน 1. ผ เร ยนเตร ยมอ ปกรณ และ ฟ งคร ผ สอนแนะน า รายว ชา ว ธ การให คะแนนและว ธ การเร ยนเร อง การใช งานโปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 2. ผ เร ยนท าความเข าใจเก ยวก บจ ดประสงค การ เร ยนของหน วยเร ยนท 6 และการให ความร วมม อในการ ทาก จกรรม 3. ผ เร ยนแสดงความร ความร เก ยวก บการใช งาน โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 2.ข นให ความร (120 นาท ) 1. ผ สอนแนะน าว ธ การใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน หน วยท 6 เร อง การใช โปรแกรมตาราง งาน Microsoft Excel 2010 และให ผ เร ยนศ กษา เอกสารประกอบการสอน คอมพ ว เตอร และ สารสนเทศเพ องานอาช พ หน วยท 6 หน าท 172-198 2. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นอธ บายเก ยวก บ เร อง การใช โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 ตามท ได ศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3. อาจารย ผ สอนคอยให คาแนะนาแก ผ เร ยน 2. ข นให ความร (120 นาท ) 1. ผ สอนแนะนาว ธ การใช บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วย สอน หน วยท 6 โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 และให ผ เร ยนศ กษาเอกสารประกอบการ สอน คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ หน วย ท 6หน าท 172-198 2.ผ สอนและผ เร ยนร วมก นอธ บายเก ยวก บ การใช งานโปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 ตามท ได ศ กษาจากบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน 3.อาจารย ผ สอนคอยให คาแนะนาแก ผ เร ยน
ก จกรรมการเร ยนการสอนหร อการเร ยนร ข นตอนการสอนหร อก จกรรมของคร ข นตอนการเร ยนร หร อก จกรรมของน กเร ยน 3. ข นประย กต ใช ( 180 นาท ) 1. ผ สอนให ผ เร ยนท าก จกรรมท 6.1-6.4 หน าท 203-208 เร อง การใช งานโปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 ผ สอนให ผ เร ยนส บค นข อม ล จากอ นเทอร เน ต 3. ข นประย กต ใช ( 180 นาท ) 1. ผ เร ยนท าก จกรรมท 6.1-6.4 หน าท 203-208 เร อง การใช งานโปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 ผ เร ยนส บค นข อม ลจากอ นเทอร เน ต 4. ข นสร ปและประเม นผล ( 30 นาท ) 1. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นสร ปเน อหาท ได เร ยน ให ม ความเข าใจในท ศทางเด ยวก น 2. ผ สอนให ผ เร ยนศ กษาเพ มเต มนอกห องเร ยน ด วยบทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท จ ดทาข น 4. ข นสร ปและประเม นผล ( 30 นาท ) 1. ผ สอนและผ เร ยนร วมก นสร ปเน อหาท ได เร ยน เพ อให ม ความเข าใจในท ศทางเด ยวก น 2. ผ เร ยนศ กษาเพ มเต มนอกห องเร ยน ด วย บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอนท จ ดทาข น (บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) (รวม 360 นาท หร อ 6 ช วโมงเร ยน) (บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) (รวม 360 นาท หร อ 6 ช วโมงเร ยน)
งานท มอบหมายหร อก จกรรมการว ดผลและประเม นผล ก อนเร ยน 1. จ ดเตร ยมเอกสาร ส อการเร ยนการสอนหน วยท 6 2. ทาความเข าใจเก ยวก บจ ดประสงค การเร ยนของหน วยท 6 และให ความร วมม อในการท าก จกรรมใน หน วยท 6 ขณะเร ยน - หล งเร ยน 1. ทาแบบประเม นการเร ยนร 2. ทาก จกรรมการเร ยนร หน วยท 6 คาถาม - ผลงาน/ช นงาน/ความสาเร จของผ เร ยน ก จกรรมท 6 เร อง การใช โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 สมรรถนะท พ งประสงค ผ เร ยนสร างความเข าใจเก ยวก บ การใช โปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 1. ว เคราะห และต ความหมาย 2. ต งคาถาม 3. อภ ปรายแสดงความค ดเห นระดมสมอง 4. การประย กต ความร ส งานอาช พ สมรรถนะการสร างค าน ยม ปล กฝ งค ณธรรม จร ยธรรม
สมรรถนะการปฏ บ ต งานอาช พ 1. ใช งานโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ได สมรรถนะการขยายผล - ส อการเร ยนการสอน/การเร ยนร ส อส งพ มพ 1. เอกสารประกอบการสอนว ชา คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ (ใช ประกอบการเร ยนการ สอนจ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) 2. ก จกรรมการเร ยนร ท 6.1-6.4 เร อง การใช งานโปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 (ใช ประกอบการเร ยนการสอนข นให ความร เพ อให บรรล จ ดประสงค เช งพฤต กรรมข อท 1-4) 3. แบบประเม นผ เร ยนในช นเร ยน ใช ประกอบการสอนข นประย กต ใช ข อ 1 ส อโสตท ศน (ถ าม ) 1. บทเร ยนคอมพ วเตอร ช วยสอน เร อง การใช งานโปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010 ส อของจร ง 1. คอมพ วเตอร และสารสนเทศเพ องานอาช พ (ใช ประกอบการเร ยนการสอนจ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 1-4)
แหล งการเร ยนร ในสถานศ กษา นอกสถานศ กษา 1. ห องสม ดว ทยาล ยเทคน คสม ทรสาคร 2. ห องปฏ บ ต การคอมพ วเตอร ศ กษาหาข อม ลทางอ นเทอร เน ต - การบ รณาการ/ความส มพ นธ ก บว ชาอ น 1. บ รณาการก บว ชาช ว ตและว ฒนธรรมไทย ด านการพ ด การอ าน การเข ยน และการฝ กปฏ บ ต ตนทาง ส งคมด านการเตร ยมความพร อม ความร บผ ดชอบ และความสนใจใฝ ร 2. บ รณาการก บว ชาการบร หารการจ ดซ อ ด านการซ อ การแสวงหาผล ตภ ณฑ 3. บ รณาการก บว ชาก ฬาเพ อพ ฒนาส ขภาพและบ คล กภาพ ด านบ คล กภาพในการนาเสนอหน าช นเร ยน 4. บ รณาการก บว ชาหล กเศรษฐศาสตร ด านการเล อกใช ทร พยากรอย างประหย ด
การประเม นผลการเร ยนร หล กการประเม นผลการเร ยนร ก อนเร ยน - ขณะเร ยน 1. ตรวจผลงานตามก จกรรมท 6.1-6.4 2. ส งเกตการทางาน หล งเร ยน - ผลงาน/ช นงาน/ผลสาเร จของผ เร ยน ก จกรรมการเร ยนร ท 6.1-6.4 เร อง การใช งานโปรแกรมตารางงาน Microsoft Excel 2010
รายละเอ ยดการประเม นผลการเร ยนร จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 1 ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ได 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน ใช งานพ นฐานของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 จะได 1 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 2 ตกแต งแผ นงาน (Work Sheet) ได 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน : ตกแต งแผ นงาน (Work Sheet) จะได 1 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 3 การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต อง กระจายงานได ท วถ ง และตรงตามความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง 1. ว ธ การประเม น : ทดสอบ 2. เคร องม อ : แบบทดสอบ 3. เกณฑ การให คะแนน : การเตร ยมความพร อมด านการเตร ยม ว สด อ ปกรณ น กศ กษาจะต อง กระจายงานได ท วถ ง และตรงตามความสามารถของสมาช กท กคน ม การจ ดเตร ยมสถานท ส อ ว สด อ ปกรณ ไว อย างพร อมเพร ยง จะได 4 คะแนน จ ดประสงค เช งพฤต กรรม ข อท 5 ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จ พอเพ ยง น กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนาว สด ใน ท องถ นมาประย กต ใช อย างค มค าและประหย ด 1. ว ธ การประเม น : ตรวจผลงาน 2. เคร องม อ : แบบประเม นกระบวนการทางานกล ม 3. เกณฑ การให คะแนน : ความม เหต ม ผลในการปฏ บ ต งาน ตามหล กปร ชญาของเศรษฐก จ พอเพ ยงน กศ กษาจะต องม การใช เทคน คท แปลกใหม ใช ส อและเทคโนโลย ประกอบการนาเสนอท น าสนใจนา ว สด ในท องถ นมาประย กต ใช อย าง ค มค าและประหย ด จะได 2 คะแนน
ก จกรรมการเร ยนร ท 6.1 หน วยท 6 คาส ง : ให น กเร ยนค นหาคาศ พท ส วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 ในตารางแล ว นามาใส ในกล องข อความท ก าหนดให
ก จกรรมการเร ยนร ท 6.2 คาส ง : ให น กเร ยนเช อมโยงความส มพ นธ ต อไปน ให ถ กต อง
ก จกรรมการเร ยนร ท 6.3 คาส ง : ให น กเร ยนเช อมโยงความส มพ นธ ให ถ กต อง
ก จกรรมการเร ยนร ท 6.4 คาส ง : ให น กเร ยนนาต วอ กษรอ งกฤษหน าฟ งก ช นใส หน าข อความให สอดคล องก น A. INT บวกจานวนท งหมดในช วงของเซลล B. MAX การตรวจสอบเง อนไข ว าเป นจร งหร อไม แล วส งค าหน งค ากล บ C. DATE น บจานวนเซลล ในช วงท ม ต วเลข D. SIN ทาการบวกเซลล ท ตรงก บเง อนไขหร อเกณฑ ท ระบ E. COUNT แปลงค าต วเลขให เป นต วอ กษรแสดงจานวนเง นเป นต วอ กษร F. IF ส งกล บค าไซน ของม ม G. PMT แปลงจานวนในระบบหน วยว ดหน งเป นอ กหน วยว ดหน ง H. SUMIF ส งกล บค าต วเลขท ใช แทนว นท ในโค ดว นท - เวลาของ Microsoft Excel I. BAHTTEXT แปลงต วเลขเป นข อความ โดยใช ร ปแบบสก ลเง น J. SUM ส งกล บค าท มากท ส ด K. DOLLAR การคานวณหายอดชาระสาหร บเง นก L. CONVERT ป ดเศษจานวนลงให เป นจานวนเต มท ใกล เค ยงท ส ด
แบบประเม นรายบ คคล (แบบประเม นผลงาน) ผ ประเม น(ช อ)... ตนเอง เพ อน คร รายการประเม น 1. ท กษะการปฏ บ ต งาน 2. ความสนใจใฝ ร 3. ความคล องแคล วในการ ปฏ บ ต งาน 4. ความปลอดภ ยในการปฏ บ ต งาน 5. การด แลร กษาอ ปกรณ 6. การประย กต ใช ในว ชาช พ คะแนนเฉล ย ด (3) พอใช (2) ปร บปร ง (1) รวม คะแนน หมายเหต เกณฑ การประเม น ด คะแนนส งกว า 2.70 พอใช คะแนนอย ระหว าง 1.3 2.70 ปร บปร ง คะแนนต ากว า 1.30 หมายเหต เกณฑ การประเม นท ใช ในการต ดส นต องได มาจากคะแนนเฉล ยของผ ประเม นท งหมด ต วอย าง ข อ 1. ความสมบ รณ ของเน อหาสาระ ได คะแนนการประเม นด งน ตนเอง ให ด ได คะแนนประเม น 3 เพ อน ให พอใช ได คะแนนประเม น 2 คร ให พอใช ได คะแนนประเม น 2 ได คะแนนเฉล ย 3+2+2 = 2.33 3 จากคะแนนเฉล ยท ได แสดงว าในข อ 1. เกณฑ ประเม นอย ในเกณฑ พอใช